เลเซอร์บราเทคนิคใหม่ในการเสริมหน้าอก

การทำศัลยกรรมหน้าอก สามารถช่วยแก้ไขรูปร่างและขนาดหน้าอกให้ดีขึ้นได้ จัดว่าเป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาวไทยมักจะมีขนาดหน้าอกเล็ก จึงรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเอง รวมถึงผู้ที่มีอายุมากแล้วหน้าอกไม่กระชับ การทำศัลยกรรมด้วยเลเซอร์บาร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ลองมาทำความรู้จักกับการทำเลเซอร์บรากันเลยดีกว่า

เลเซอร์บราคืออะไร

เลเซอร์บราเป็นการทำศัลยกรรมด้วยเทคนิคใหม่ ที่ช่วยแก้ปัญหาในการเสริมหน้าอกสวยๆ มีข้อดีหลากหลายอย่างเพราะใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน ทำให้ไม่เสียเลือดมาก การทำเลเซอร์บรานั้นสามารถทำควบคู่ไปกับการผ่าตัดเสริมซิลิโคน โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย

เลเซอร์บราเหมาะกับใคร

การทำเลเซอร์บรานั้นจะใช้พลังงานเลเซอร์เป็นหลัก เพื่อทำให้เกิดยกทรงข้างใน ทำให้เกิดการยกกระชับ ทำให้เต้านมไม่ห้อยเป็นถุง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดใหญ่ มีการหย่อนคล้อยเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น รวมถึงเกิดจากปัญหาการตั้งครรภ์ แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร เพราะจะต้องมีการผ่าตัดหัวนม ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดจะต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคใด ๆ ก่อนการเข้ารับการศัลยกรรมจะต้องมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ขั้นตอนการทำเลเซอร์บรา

การทำเลเซอร์บราได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศอเมริกา รวมถึงในฝั่งยุโรป ซึ่งมีการให้บริการทั้งในโรงพยาบาลและคลินิกเสริมความงาม จะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์เท่านั้น เวลาที่ใช้ในการรักษาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพราะไม่ได้เป็นการผ่าตัดใหญ่ การผ่าตัดจะทำการเปิดแผลบริเวณปานนม แล้วยิงเลเซอร์เข้าไปที่เซลล์เนื้อเยื้อเกี่ยวพันชั้นนอกสุด เพื่อทำให้เซลล์ฟื้นฟูตัวเอง ทำให้เกิดการยกกระชับมากขึ้น จากนั้นจึงทำการเย็บปิดแผล การทำศัลยกรรมด้วยเทคนิคนี้ คนไข้ไม่ต้องกังวลในเรื่องแผลเป็นหลังการผ่าตัด สำหรับผู้ที่เคยทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาก่อน ก็สามารถใช้การศัลยกรรมด้วยวิธีนี้เพื่อช่วยยกกระชับหน้าอกให้เข้ารูป การทำเลเซอร์บรานั้นไม่ได้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมหน้าอกด้วยเทคนิคอื่น ๆ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 8500 – 12,000 เหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิค

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์บรา

  • งดทำกิจกรรมที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ประมาณ 1 – 3 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่ง

การทำเลเซอร์บรา นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเกิดมาจากสาเหตุใดก็ตาม เป็นเทคนิคการทำศัลยกรรมที่มีความนิยมอย่างมากในฝั่งยุโรปและอเมริกา เป็นการใช้เลเซอร์ เพื่อกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างเซลล์เนื้อเยื้อใหม่ เข้าไปแทนที่เนื้อเยื้อที่เสื่อมสภาพไปแล้ว

 

การเตรียมตัวก่อนทำตาสองชั้น

eye


สำหรับการเตรียมก่อนที่จะทำตาสองชั้นนั้นต้องควรดูแลตัวเองก่อนเข้ารับการผ่าตัดนั้นก็คือ พักผ่อนให้เพียงพอ และควรงดทานยากลุ่ม แอพไพรินต่างๆ และกลุ่มจำพวกยาอาหารเสริมด้วย เพราะยาพวกนี้จะทำให้เลือดออกมากในการผ่าตัด และถ้าเราเลือดออกน้อยก็จะทำให้อาการที่ช้ำหรือบวมก็จะน้อยลงและยังทำให้แผลหายได้เร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญการผ่าตัดทำตาสองชั้นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้การพักฟื้นนาน แค่วันเดียวก็สามารถกับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

การทำตาสองชั้นนั้น มีวิธีและเทคนิคที่แตกต่างกันไป ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบดังนี้

การเจาะหนังตา หรือการเย็บแบบสามจุดที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นเอง ซึ่งคุณหมอนั้นจะทำการเจาะบริเวณที่หนังตาประมาณสามถึงสี่จุด ส่วนสำหรับจะเจาะลึกหรือตื้นแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับหนังตาของแต่ละคน และการดึงหนังตาเย็บไหมนั้น ให้ทำการซ้อนหนังตาให้เป็นสองชั้น แต่ข้อเสียสำหรับวิธีก็คือหากคุณดูแลไม่ดีจะทำให้หมุดที่คุณหมอเย็บไว้หลุดได้อย่างง่ายดาย

แบบกรีดเย็บ วิธีนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก โดยคุณหมอนั้นจะใช้มีดกรีดบริเวณหางตาจนไปถึงหางตาที่กำหนดไว้นั่นเอง ส่วนข้อดีของวิธีนี้ก็คือสามารถตัดไขมันตรงเปลือกตาออกได้ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีไขมันตรงส่วนนี้เยอะ และทำให้เห็นตาสองชั้นชัดมากกว่าวิธีอื่น และออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุดอีกด้วยสำหรับข้อดีของวิธีการนี้ก็คือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเป็นการทำตาสองชั้นที่ออกมาเป็นธรรมชาติมากๆ ส่วนใหญ่คนที่เลือกทำวิธีนี้ก็คือคนที่มีเนื้อตาเยอะๆ จะได้ทำการตัดไขมันส่วนที่เกินมาออกไปได้อีกด้วย และที่ดีไปกว่านั้นคุณหมอก็จะสามารตัดไขมันและตกแต่หนังตาให้อีก วิธีการนี้ทำให้คุณหมดกังวลไปในเรื่องที่จะไหมหลุดแล้วตาจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมบอกได้คำเดียวว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้นเพราะวิธีนี้นั้นจะอยู่กับเราไปตลอด ที่สำคัญดวงตาของคุณนั้นจะดูโตและกลมขึ้น เหมือนธรรมชาติแบบสุดๆบางคนมองแล้วอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไปทำมา

ใครที่ชอบวิธีไหนก็ลองหาเลือกแบบที่จะไปทำเอา เพราะในแต่ละรูปแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แต่ต่างกันไป สิ่งที่ดีที่สุดควรเลือกแบบที่ทำแล้วเหมาะสำกับใบหน้าของตัวเองจะดีที่สุด

 

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนที่ควรรู้สำหรับสาวๆ

เสริมหน้าอก

การศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือหนึ่งในความงามที่สาวๆหลายคนนั้นต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อเสริมความมั่นใจและต้องการที่จะสวมใส่เสื้อผ้าได้ออกมาสวยสมส่วนมากิ่งขึ้น เช่นเดียวกับสาวประเภทที่ต้องการแสดงออกทางเพศให้ชัดเจนมากขึ้น หรือผู้ที่มีหน้าอกหย่อนยานก็สามารถช่วยได้ด้วยการเสริมหน้าอก แต่ถึงอย่างไรคุณจำเป็นต้องมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมทำหน้าอก ดังนี้

  1. การเสริมหน้าอกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งวิธีนี้ คนไข้ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัวแต่อยากจะมีขนาดหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นซึ่งขั้นตอนของการฉีดจะใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น ข้อดีของวิธีนี้คุณจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยที่ไม่ต้องพักฟื้นแต่จะคงสภาพได้ไม่นานไม่เกิน 2 ปี
  2. การเสริมหน้าอกด้วยการฉีดไขมันของตัวเอง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดเช่นกัน ซึ่งเป็นการดูดไขมันของตนเองจากไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขา นำมาประมาณ 200-300 ซีซี หรืออาจจะมากกว่านั้นตามขนาดที่คุณต้องการถือเป็นข้อดีที่คุณได้กำจัดไขมันไปในตัว และไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อร่างกายเพราะไขมันเราเองร่างกายนั้นยอมรับได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆโอกาสที่ร่างกายนั้นดูดซึมได้มีสูงมากหรือบางครั้งอาจจะสลายไปส่งผลทำให้หน้าอกนั้นมีขนาดหรือรูปทรงที่เปลี่ยนไป
  3. การเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกโดยการเสริมเต้าด้วยซิลิโคนหรือเต้าเทียม ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันซึ่งคุณจะสามารถเลือกได้หลายทรงและหลายขนาด อีกทั้งยังมีความปลอดภัยที่สูงและให้ผลที่นานอยู่ทรงตลอด ข้อเสียคือมีโอกาสรั่วและเกิดพังผืดได้ง่าย
หน้าอก

สิ่งที่ควรรู้ในการเสริมหน้าอกที่ควรรู้ที่อาจเกิดกับทุกคน อาการชาที่หัวนมหรือเต้านม อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่อาการดังกล่าวก็จะเริ่มค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ หลังจากการทำหน้าอกด้วยเต้าเทียมร่างกายอาจจะต่อต้านด้วยการสร้างพังผืดรอบถุงเต้าเทียม หากเกิดขึ้นมากๆก็อาจจะทำให้เต้าแข็งหรือผิดรูปได้ จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งเพื่อนำเต้าเทียมออกและกำจัดพังผืดออกให้หมด สำหรับผู้หญิงคนไหนที่ทำมาแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สามารถให้นมบุตรได้ ยังคงให้ได้เช่นเดิมแต่ผู้ที่ทำศัลยกรรมหน้าอกจำเป็นต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ แตะทางที่ดีควรครบ 22 ปีจะเหมาะกว่าเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายนั้นเติบโตเต็มที่แล้ว ทั้งนี้ควรเลือกทำกับสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยของสาวๆทุกคน

ศัลยกรรมปาก ศึกษาก่อนทำไม่ผิดหวังแน่นอน

วิธีการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขริมฝีปากให้เป็นปากกระจับ สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากหนาไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยขึ้นการทำศัลยกรรมปากบางก็ทำได้ง่ายขึ้น ริมฝีปากบน ล่างใหญ่ ริมฝีปากไม่เท่ากัน ปากเบี้ยว ปากห้อย มุมปากไม่สนิท หรือว่ารูปริมฝีปากไม่มีขอบปาก ไม่ได้สัดส่วนที่พอดี นี่แหละคือปัญหาที่สร้างความไม่มั่นใจให้กับหนุ่มๆ สาวๆ หลายคน การทำศัลยกรรมทำปากกระจับ การทำปากบาง การทำปากปีกนก จะช่วยให้รูปปากของคุณนั้นได้รูปทรงปากกระจับสวยเข้ากับใบหน้า ดูดีมีเสน่ห์ แต่กับบางคนทำปากกระจับเพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้ดีขึ้น ให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง เพราะเชื่อว่าริมฝีปากที่สวยดูอวบอิ่มจะสามารถเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามให้สนใจได้ ยิ่งถ้าทำอาชีพที่ต้องขายหน้าตาด้วยแล้วละก็รับรองทำแทบทุกคนแน่นอน เพราะต้องอาศัยรูปร่างหน้าตาจึงจำเป็นต้องทำเพราะถ้าปากสวยหน้ามองทุกอย่างบนใบหน้าก็จะดีไปด้วย บางคนทำแล้วชีวิตเปลี่ยนไปเลยก็มี ใบหน้าจากที่ยังไม่ได้เคยผ่านการทำศัลยกรรมใดๆ มาก่อนไม่เคยผ่านการศัลยกรรมผ่าตัดมาเลย เพียงแค่ทำปากกระจับครั้งเดียวเค้าโครงหน้าสวยได้เหมือนกัน

การเตรียมตัวก่อนการทำศัลยกรรมปากกระจับ การทำปากบาง

ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน หาสถานที่ทำดูน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย สะอาด และปลอดภัยได้มาตรฐานหรือไม่ แพทย์ต้องมีการรับรองและด้านนี้โดยเฉพาะ ที่สำคัญต้องให้ความต้องกับไลฟ์สไตล์ของเรา โดยที่ไม่ต้องนำกลับมาแก้ไขใหม่อีกรอบ สวยครั้งเดียวจบ เพราะฉะนั้นแล้วควรตัดสินใจดีๆก่อนที่จะทำ ควรเลือกทรงให้เหมาะกับใบหน้าของตัวเองจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

 

ข้อปฏิบัติหลังการผ่าตัด

1.หลังจากการผ่าตัดเสร็จแล้วให้ประคบเย็นบริเวณใกล้เคียงแผล ประมาณ 3 วัน ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมได้

2.หลังจากการผ่าตัดให้นอนหนุนหมอน 2-3 ชั้น

3.เวลาล้างหน้าต้องระมัดระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ ควรนำผ้าชุบน้ำหรือสำลีชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด ประมาณ 7 วัน

4.ถ้าเป็นไหมละลายจะหายไปเอง ภายใน 1 เดือน

5.งดรับประทานอาหารหมักดอง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ อาจทำให้ปากบวมได้อีกครั้ง

6.ควรบ้วนปากเช้า เย็น หลังอาหารทุกมื้อ

7.ห้ามแปรงฟันแรงมากเกินไป เพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อแผลได้ และที่สำคัญควรเลือกใช้ยาสีฟันชนิดที่อ่อนโยนต่อปาก

8.เลือกรับประทานอาหารที่มีรสอ่อน ห้ามรับประทานอาหารที่มีรสจัดโดยเด็ดขาด

9.ทายาป้ายแผลทุกวัน เช้า-เย็น

10.ปากจะเข้าที่ระยะเวลา 1 เดือน จึงเป็นปกติ

การผ่าตัดเสริมคาง รู้หรือไม่ว่าต้องทำแบบนี้ด้วย

การผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ โดยทั่วไปคนไทยส่วนใหญ่และแถบเอเชียจำนวนมากมักจะมีคางรูทรงที่สั้นและผิดรูป จึงทำให้หน้าดูไม่สมสัดส่วน บางรายมีรูปคางสั้น บางรายอาจมีคางตัดหรือคางร่นถอยไปด้านหลัง การเสริมคางจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วยวิธีการทำได้ที่ไม่ยุ่งยาก และมีความปลอดภัย ในบางรายก็จะทำคางควบคู่กับการตกแต่งริมฝีปากด้วยทีเดียวเพื่อให้เข้าหน้าในส่วนล่างให้เข้ามากที่สุด เพื่อปรับให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้าเรียวยาวขึ้น นั้นศัลยแพทย์จะทำการออกแบบ และวิเคราะห์ความสวยงามของรูปหน้าคุณเป็นสำคัญเพราะแบบคางแตะละทรงนั้นไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป เป็นการผ่าตัดคางเพื่อปรับให้รูปคางนั้นได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับรูปหน้าไม่ว่าจะมองมุมใดหรือในมิติใดก็ตาม สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นซิลิโคน ซึ่งถือว่าเป็นวัสดุที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

นอกจากนี้อาจจะมีการผ่าตัดคางแก้ไขด้วยการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคางซึ่งวิธีนี้จะปลอดภัยและเห็นผลที่นานแต่จะมีราคาที่สูงหว่าชนิดอื่น หรือการใช้ไขมันฉีดเพื่อปรับแต่งรูปคางซึ่งจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน โดยแพทย์ทำการศัลยกรรมเสริมจะแนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนมากที่สุดจำเป็นต้องมองถึงในอนาคตว่าความสวยที่ได้มาต้องมั่นใจว่าจะไม่ทำให้มีผลกระทบกับตัวเองในระยะอันยาว สิ่งที่ต้องรู้ก่อนและหลังมีดังนี้

ก่อนทำศัลยกรรมคาง

  • ควรงดรับประทานอาหารและยาบางประเภทอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น อาหารทะเล ยากลุ่ม เอสไพริน,วิตามินหรืออาหารเสริม เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกง่ายในระหว่างการผ่าตัด
  • ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ควรเลี่ยงอาหารรสจัด หรือ ชา,กาแฟ กรณีที่คุณต้องใช้ยาสลบจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทานอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้ถูก
  • ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับทุกชนิด และควรมีผู้ติดตามหลังการผ่าตัดเสริมคางเสร็จเพื่อความสะดวกและปลอดภัย เพราะบางรายอาจจะไม่สามารถขับรถกลับเองได้
  • ควรมีเวลาหยุดพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 7 วัน ในช่วง 1- 3 วันแรก อาจมีอาการปวดบวมได้สำหรับเพศชายอาจจะบวมง่ายกว่าเพศหญิง

หลังทำศัลยกรรม

  • สำหรับในช่วง 3 วันหลังจากการผ่าตัดเสริมคางเสร็จแล้ว แนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดบวม
  • แนะนำในช่วงอาทิตย์แรกควรเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำความสะอาดแผลทุกวันและเพื่อป้องกันการติดเชื้อและอักเสบได้
  • สามารถประคบร้อนเพื่อลดอาการบวมช้ำบริเวณคางจะใช้เป็นไข่ต้มมาประคบก็ได้เช่นกัน

สาวๆควรรู้ เสริมผิดชีวิตเปลี่ยน

การเสริมจมูกเป็นการปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกให้สวยงามขึ้นและเพื่อให้รับกับใบหน้ามากยิ่งขึ้น การศัลยกรรมจมูกนั้นเป็นการผ่าตัดที่นิยมกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่สำหรับบางคนการผ่าตัดเสริมจมูกสามารถทำได้ทั้งเพิ่มขนาด หรือลดขนาด เปลี่ยนรูปทรงปลายจมูก ทำให้รูจมูกเล็กลงได้ และแก้ไขความพิการของจมูกทำหายการหายใจติดขัดจึงจำเป็นต้องศัลยกรรมจมูกเพราะพิการแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดเสริมจมูกหรือเปลี่ยนแปลงจมูกทำให้ดูดีขึ้น และไม่สามารถทำให้คุณมี ดังนั้นก่อนที่ทำการผ่าตัดควรปรึกษาพบแพทย์ก่อน มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด การผ่าตัดเสริมจมูกจะทำให้จมูกดูดีขึ้นรับกับใบหน้า แต่ยังไงก็แล้วแต่การผ่าตัดแพทย์ไม่สามารถจะทำให้ผลออกมาดีสมบูรณ์แบบอย่างเต็มที่ได้อย่างแน่นอน ตามที่คุณกำหนดไว้ คุณต้องเผื่อใจไว้บ้างหากคิดว่าทำใจไม่ได้ไม่ควรทำศัลยกรรม
1.ลดขนาดจมูก ส่วนที่มีปัญหา ได้แก่ ส่วนของปลายจมูก ส่วนของรูจมูกกว้างเกินไป การผ่าตัดแก้ไขอาจต้องผ่าตัดเอากระดูกอ่อน เพื่อขนาดของจมูก
2.เพิ่มขนาดของจมูก ได้แก่ พวกที่มีรูจมูกเล็ก หรือไม่มีดั้งจมูก การผ่าตัดใช้วิธีเสริมดั้งใส่ซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริม
3.แก้ไขความพิการของรูจมูก เช่น สันจมูกคด เบี้ยว เป็นต้น

ข้อจำกัดของการผ่าตัด

– การผ่าตัดเพื่อความงามหรือแก้ไขทุกอย่างความพิการยังไงก็แล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขได้ให้สมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง คุณต้องจำเป็นต้องเข้ารับขอปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าวก่อน
– ท่านไม่อาจเลือกรูปทรงของจมูก หรือขนาดของจมูกที่หาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต
– การผ่าตัดจมูกไม่สามารถผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกไปมากเกิน เพราะทำให้จมูกไม่คงรูป
– ผิวหนังบริเวณจมูกไม่สามารถผ่าตัดมากเกินไป เพราะจะทำให้ดึกหนังตามากเกินไป
– ผิวหนัง และอายุก็เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะอาจจะมีผลต่อการผ่าตัด
การผ่าตัดมีโรคแทรกซ้อนมากน้อยแค่ไหน
สำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามคงไม่พลาดสำหรับเรื่องการทำศัลยกรรม แต่เมื่อตัดสินใจจะทำการเสริมจมูกแล้วคุณต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นภายหลังด้วย ถึงแม้ว่าท่านจะอยู่ในความช่วยเหลือของแพทย์ผู้เชียวชาญแล้วก็ตาม ก็ยังอาจจะพบได้ดังนี้ มีการติดเชื้อ เลือดกำเดาไหลแต่ไม่มาก , แพ้ยาชา อาจจะเกิดแผลเป็นได้ , อาจจะเกิดการผิดรูปเนื่องจากเกิดพังผืดยึดกระดูกอ่อนทำให้จมูกผิดรูปได้ , ประมาณ 1 ใน 10 ราย ต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อแก้ไข , การผ่าตัดศัลยกรรมจมูกไม่สามารถรับประกันได้ 100% ว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

เปลี่ยนสีดวงตาให้สวย ด้วยศัลยกรรมเลเซอร์

การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้คนในยุคนี้ เพราะทุกคนก็ล้วนอยากจะดูดีด้วยกันทั้ง การทำศัลยกรรมดวงตา กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มีให้เลือกทำหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เอง ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ ที่ใช้เลเซอร์ในการเปลี่ยนสีดวงตา เราลองมาทำความรู้จักกับการศัลยกรรมรูปแบบใหม่นี้กันเลยดีกว่า

ศัลยกรรมเปลี่ยนสีดวงตา

การศัลยกรรมเลเซอร์เปลี่ยนสีดวงตา เป็นวิธีการยิงเลเซอร์เข้าสู่ม่านตา เพื่อทำการสลายเม็ดสีเมลานินที่เข้มข้น ให้ดูจางลง จนทำให้สีดวงตากลายเป็นสีอ่อน การทำศัลยกรรมเปลี่ยนสีตานี้ ได้มาจากความคิดของจักษุแพทย์ชาวอเมริกัน มีชื่อว่า ด็อกเตอร์ เกร็ก โฮเมอร์

หลักการทำงานของเลเซอร์

การยิงแสงเลเซอร์เข้าสู่ดวงตา จะทำให้เม็ดสีเมลานินที่อยู่ในม่านตาจางลงได้ จนทำให้สีตาอ่อนลง สำหรับผู้ที่มีดวงตาสีดำ ดวงตาสีน้ำตาล หรือผู้ที่มีดวงตาสีเข้ม เป็นเพราะในดวงตา มีเม็ดสีเมลานินอยู่เป็นจำนวนมากในม่านตา

ผู้ที่มีดวงตาสีฟ้า ดวงตาสีเขียวหรือดวงตาสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากดวงตามีเม็ดสีเมลานินน้อยมาก

ไม่ได้รับความนิยมในฝั่งเอเชีย

การเปลี่ยนสีดวงตานี้ได้มีการศึกษาวิจัยมากกว่า 10 ปี กว่าที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งการทำศัลยกรรมเลเซอร์เปลี่ยนสีดวงตานั้น ได้รับความนิยมในฝั่งยุโรป แต่ในฝั่งเอเชียผู้คนยังไม่ค่อยให้ความสนใจมาก แต่ทางผู้คิดค้นได้ออกมายืนยันว่า วิธีการเปลี่ยนสีดวงตานี้มีอันตรายน้อย แต่ก็อาจเกิดความเสี่ยงขึ้นได้ ทำให้ความนิยมในการเปลี่ยนสีตามีไม่มาก หนึ่งในสาเหตุที่การทำศัลยกรรมเปลี่ยนสีดวงตาไม่ได้รับความนิยมในฝั่งเอเชีย เป็นเพราะวัฒนธรรม สีดวงตาที่ไม่เข้ากับผม รูปหน้า รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ทำแล้วไม่สามารถแก้ไขได้

การทำศัลยกรรมเลเซอร์เพื่อเปลี่ยนสีดวงตานั้น สามารถทำให้ดวงตาที่มีสีเข้มเปลี่ยนเป็นสีอ่อน แต่ไม่สามารถทำให้ดวงตาสีอ่อนเปลี่ยนเป็นสีเข้มได้ หลังจากทำการศัลยกรรมเสร็จแล้ว ดวงตาจะกลายเป็นสีอ่อนอย่างถาวร ไม่สามารถทำการแก้ไขให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เพราะเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในม่านตาได้สลายไปแล้ว

ค่าใช้จ่ายศัลยกรรเลเซอร์เปลี่ยนสีตา

ค่าใช้จ่ายสำหรับการศัลยกรรมเลเซอร์เปลี่ยนสีดวงตา มีราคาอยู่ที่ 172,400 บาท ดังนั้นหากอยากเปลี่ยนสีตาแต่ไม่อยากเสี่ยงกับการทำศัลยกรรมด้วยเลเซอร์ สามารถหาคอนแทคเลนส์สีมาใส่จะดีกว่า เพราะสามารถเปลี่ยนสีไปได้เรื่อย ๆ ไม่ซ้ำกัน แถมมีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น หลังทำศัลยกรรมเสร็จแล้ว

การทำศัลยกรรมเปลี่ยนสีตานั้นสามารถทำได้จริง โดยการใช้แสงเลเซอร์เข้าไปสลายเม็ดสีเมลานินในชั้นม่านตาทำให้ดวงตามีสีอ่อนขึ้น ในฝั่งยุโรปนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ในฝั่งเอเชียไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพราะไม่เหมาะกับรูปหน้าและสีผมดังนั้นควรลองศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน

5 เรื่อง ควรรู้สักนิด ก่อนคิดทำศัลยกรรม

การทำศัลยกรรมเสริมความงามในยุคปัจจุบันกลายเป็นเรื่องธรรมดา และได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่สาว ๆ เพื่อช่วยปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ดูดีขึ้น แต่ก่อนตัดสินใจทำสวยศัลยกรรมนั้น ต้องคิดไตรตรองให้ดีเสียก่อน ถึงผลดีและผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายในภายหลัง วันนี้เราลองมาดูกันว่า ทำไมกาศัลยกรรมอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีมาฝากกัน

  1. ไม่มีการรับประกัน ในการทำศัลยกรรมแต่ละครั้งนั้น อาจจะต้องเกิดข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ มีผู้ป่วยหลายรายหลังจากทำศัลยกรรมเสร็จกลับไม่พึงพอใจกับผลที่ได้รับ ถึงแม้ว่าจะเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีชื่อเสียงยืนยันก็ตาม สิ่งนี้ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าการทำศัลยกรรมเสร็จแล้วจะได้ผลดีอย่างที่หวังไว้ ดังนั้นคิดให้รอบคอบสักนิด ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม
  2. มีผลข้างเคียง การทำศัลยกรรมทุกชนิดล้วนมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น ในหลายครั้งผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำศัลยกรรมนั้นมีความรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ที่ทำให้เกิดปัญหาต่อการมองเห็น ทำให้ใบหน้าอ่อนแรง นอกจากนี้ยังอาจต้องพบเจอกับปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของการทำศัลยกรรม นอกจากต้องเสียเงินจำนวนมากแล้ว ยังต้องทนเจ็บตัว แถมยังมีปัญหาที่ต้องตามแก้ไขอยู่เรื่อย ๆ เรียกว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
  3. ราคาแพง การทำศัลยกรรมแต่ละครั้งนั้นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก สำหรับวัยรุ่นที่ยังไม่มีรายได้หรือผู้ที่ยังมีรายได้น้อย การศัลยกรรมอาจจะยังไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด เก็บเงินเอาไปใช้อย่างอื่นจะดีกว่า รอจนกว่าจะมีรายได้มากพอแล้ว จึงค่อยกลับไปทำทีหลังก็ยังได้
  4. ต้องเตรียมความพร้อมทางร่างกาย การทำศัลยกรรมนั้นไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ก่อนการไปทำศัลยกรรมนั้นต้องเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย และต้องมีการตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายแข็งแรง สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพนั้น ให้หลีกเลี่ยงการทำศัลยกรรมจะดีกว่า เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมทุกครั้งควรคิดให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะการทำศัลยกรรมบางอย่างหลังจากทำเสร็จไปแล้ว จะแก้ไขให้กลับมาเป็นดังเดิมนั้น แทบจะทำไม่ได้เลย
  5. การศัลยกรรมไม่ได้ช่วยแก้ความกังวลใจ สำหรับผู้ที่มีความรู้สึกไม่พึงพอใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง หมกมุ่นอยู่แต่รูปลักษณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจของตนเอง ทำให้จิตใจอ่อนแอ จนขาดความมั่นใจในตัวเอง สิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากความบกพร่องทางด้านจิตใจ ซึ่งการทำศัลยกรรมอาจจะไม่ได้เป็นวิธีการแก้ไขที่ตรงจุด ดังนั้นลองไปขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์จะดีกว่า

การทำศัลยกรรมนั้นไม่ได้ให้ผลดีสำหรับทุกคน นอกจากนี้การทำศัลยกรรมในแต่ละครั้งยังไม่สามารถยืนยันผลว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ ค่าใช้จ่ายในการทำแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก และต้องเผชิญกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต